ลูกค้าใหม่กรอกโค้ด FIRSTORDER10 ในหน้าเช็คเอาท์ ลดเพิ่มอีก 10% ทันที
บริการเปลี่ยนสินค้าฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ภายใน 7 วัน อ่านนโยบายเปลี่ยนสินค้าได้ที่นี่

Gianni Agnelli's 10 Most Memorable Looks

ความหมายที่แท้จริงของคำว่า Sprezzatura
สิบลุคน่าจดจำของราชาแห่งอิตาเลียนสไตล์ กับความหมายที่แท้จริงของคำว่า Sprezzatura

ก่อนที่ “sprezzatura” จะกลายเป็นแฮชแท็กยอดฮิตในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาจนทุกวันนี้บางคนเมินหน้าหนีทันทีที่ได้ยิน แท้จริงคำนี้มีความหมายดีและสมควรถูกใช้เฉพาะในบริบทที่ถูกต้อง

Sprezzatura คือความเจนจัดอันเกิดจากวัฒนธรรมและทัศนคติที่มีต่อการแต่งตัวของชาวอิตาเลียน เป็นความรีแล็กซ์ในความสง่างาม และความชิลในความเคร่งครัด เป็นจริตเฉพาะตัวที่ตกผลึกจากความช่ำชองและการเรียนรู้จากสิ่งที่สวมใส่ในชีวิตประจำวันของพวกเขา sprezzatura จะบังเกิดก็ต่อเมื่อถูกกระทำอย่างเป็นธรรมชาติ และปราศจากความหมกมุ่น จะเรียกว่าไม่สมบูรณ์แบบก็คงไม่ผิด แต่เป็นความไม่สมบูรณ์แบบที่ออกมาดูดี เหมาะสม และไม่เคยแย้งกาลเทศะ

หนึ่งในตัวอย่างที่ดีที่สุดตลาดกาลของคำว่า Sprezzatura ที่แท้จริงก็คือ Gianni Agnelli นักธุรกิจและนักอุตสาหกรรมชาวอิตาเลียน ผู้ถูกยกย่องให้เป็นมหาบุรุษผู้มีคุณูปการอย่างสูงต่อประเทศอิตาลี และนี่คือเรื่องราวพอสังเขปของเขา พร้อม 10 ลุคที่เราคัดกรองมาให้

ราชาที่ไม่ได้สวมมงกุฎแห่งอิตาลี


Gianni Agnelli คือใคร คำตอบที่ง่ายที่สุดก็คงเป็น “ผู้บริหารบริษัทยานยนต์ Fiat รุ่นที่ 3” อย่างไรก็ตาม หากเขาเป็นเพียงมหาเศรษฐีธรรมดา เราคงไม่หยิบเรื่องราวของเขามาเล่าในบทความนี้

“จะเกิดอะไรขึ้นกับคุณหากอิตาลีล่มสลายจริงๆ”

“นี่เป็นคำถามที่ตอบได้ยากมาก ที่คุณบอกว่าล่มสลาย จะเกิดอะไรขึ้นกับผม ถ้าอิตาลีถูกพวกคอมมิวนิสต์ยึดครอง ถ้าอิตาลีกลายเป็นเหมือนประเทศกลุ่มยุโรปตะวันออก ถ้าสิ่งที่เราเรียกว่ายูโรคอมมิวนิสต์ หากอิตาลีกลายเป็นแบบนั้น ผมคงไม่อยากอยู่ในอิตาลีภายใต้สถานการณ์แบบนั้น แต่ผมจะพยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อไม่ให้สถานการณ์ที่ว่าเกิดขึ้นจริง” Gianni Agnelli ตอบคำถามในการสัมภาษณ์ และกลายเป็นประโยคเปิดในภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Agnelli (2017) เป็นคำตอบที่เรียบง่าย ทว่าทรงพลัง นิยามความไม่ธรรมดาของบุรุษผู้นี้ได้อย่างชัดเจน

Giovanni "Gianni" Agnelli เกิดในวันที่ 12 มีนาคม ปี 1921 ณ เมืองตูริน ประเทศอิตาลี ปู่ของเขาคือ Giovanni Agnelli ผู้ก่อตั้ง Fiat ความสนใจในด้านธุรกิจของเขาเริ่มต้นขึ้นภายในรั้วโรงเรียน D'Azeglio High School แต่ก่อนจะเข้าสู่บทบาทนักบริหาร Agnelli ผ่านประสบการณ์ชีวิตที่เชี่ยวกรากมาแล้วมากมาย Agnelli เป็นหนึ่งในทหารที่เข้าร่วมรบสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาประจำการอยู่ที่แนวรบรัสเซียและแอฟริกาเหนือ ที่แนวรบรัสเซีย เขาได้รับบาดเจ็บสองครั้ง เกือบเสียนิ้วมือไปหนึ่งนิ้ว

เนื่องจาก Edoardo Agnelli คุณพ่อของเขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกตั้งแต่เขายังเด็ก นั่นทำให้ Agnelli ต้องกลายเป็นหัวเรือใหญ่แห่ง Fiat เร็วกว่าที่คิดในปี 1966 ด้วยวัยเพียง 45 ปี Fiat ภายใต้บังเหียนของ Gianni Agnelli เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาขยายฐานธุรกิจไปยังต่างประเทศเช่น รัสเซีย สเปน และทวีปอเมริกาใต้ ส่วนภายในประเทศ Agnelli ก็ค่อยๆ ซื้อกิจการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การก่อสร้าง การเงิน โทรคมนาคม และสื่อ โดยเฉพาะ La Stampa และ Corriere della Sera หนังสือพิมพ์ที่สำคัญที่สุดสองฉบับของอิตาลีมาเป็นของตัวเอง นอกจากนั้น Agnelli ยังซื้อแบรนด์ยานยนต์อื่นๆ เช่น Alfa Romeo, Lancia รวมถึงเข้าไปถือหุ้นใน Ferrari และ Maserati ปิดท้ายด้วยการซื้อ Juventus สโมสรฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอิตาลี ด้วยกลยุทธ์นี้ทำให้ Fiat กลายเป็นธุรกิจภาคเอกชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอิตาลี และส่งให้ Agnelli กลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในประวัติศาสตร์ของอิตาลียุคใหม่ ว่ากันว่าในช่วงทศวรรษ 70s - 90s รถยนต์กว่า 50% ที่ใช้ในประเทศอิตาลีคือแบรนด์ Fiat 

ประเทศอิตาลีให้เครคิตความเฉียบแหลมของเขาต่อเศรษฐกิจหลังสงครามโลกครั้งที่สองของอิตาลี Fiat ควบคุมถึง 4.4% ของ GDP ประเทศ จากความยากจนอย่างแท้จริงไปสู่การเป็นรัฐที่ร่ำรวยที่สุดอันดับที่หกของโลก ถึงขั้นที่มีการยกย่องว่า Agnelli คือราชาที่ไม่ได้สวมมงกุฎแห่งอิตาลี 

“Agnelli คือ Fiat, Fiat คือ ตูริน และ ตูรินคืออิตาลี” วลีที่พูดกันอย่างทั่วไปในอิตาลีช่วงทศวรรษที่ 70 

หากจะอธิบายว่า Agnelli เป็นคนอย่างไร ก็คงต้องตอบว่าเขามีเสน่ห์ ฉลาด ขี้สงสัย และมีสไตล์โดดเด่น และคอยค้นหาสิ่งที่เหมาะกับตัวเองอยู่เสมอ สไตล์ที่โดดเด่นของ Agnelli ถูกยกย่องให้อยู่ในระดับเดียวกับเหล่าสไตล์ไอคอนระดับตำนาน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์แห่งฮอลลีวูดหรือราชวงศ์แห่งสหราชอาณาจักร Agnelli ถ่ายทอด Sprezzatura ได้เฉียบขาด น่าเกรงขาม ก้าวข้ามกฎเกณฑ์โบราณของการแต่งกาย สดใหม่ น่าศึกษาอยู่เสมอ

ใช้สไตล์ให้เชื่องในแบบ Agnelli

สิ่งแรกที่สะดุดตาในภาพนี้คงจะเป็นแว่นตาครอบเล่นสกีขนาด oversized ตามมาด้วยเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายแขนยาวสีกรมท่า ผ้าพันคอ เข็มขัดประดับฝาขวด และที่จดจำกันได้ดี นาฬิกาสปอร์ตใส่นอกแขนเสื้อเชิ้ตด้วยความมั่นใจและตัวตนเต็มเปี่ยม นี่แหละที่เรียกว่ารู้จักสไตล์ แล้วใช้มันให้เชื่อง

“ผมก็แค่ไม่อยากดึงแขนเสื้อขึ้นทุกครั้งเวลาที่ดูนาฬิกา” เป็นเหตุผลทางปฏิบัติที่เรียบง่าย แต่กลับกลายเป็นความอมตะในแบบฉบับ Agnelli เมื่อนึกถึงการสวมนาฬิกาแบบนี้ก็ต้องนึกถึงเขาเป็นคนแรก

เสื้อผ้าสไตล์อเมริกันที่สวมใส่ด้วยหัวใจอิตาเลียน

อิตาเลียนช่ำชองเรื่องการผสมความสปอร์ตเข้าไปในอาภรณ์แนวคลาสสิคเพื่อการใช้งาน และนี่ก็เป็นชุดที่มนุษย์เดินดินทั่วไปพอจะเอาอย่างได้ ในภาพนี้เขาสวมเสื้อเชิ้ตอ็อกซ์ฟอร์ดปกกลัดกระดุมดูสบายๆ แต่ยังแฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขาม กางเกงผ้าวูลแบบมีจีบ และก็เช่นเคย นาฬิกาสปอร์ตใส่นอกแขนเสื้อเชิ้ต เป็นการแต่งตัวแบบลำลองที่รักษามาด sartorial และแทรกความสปอร์ตได้อย่างเรียบง่ายแต่มีชั้นเชิง ตบด้วยแว่นตากันแดดกรอบเบ้อเริ่ม ทัดเทียมกับบุคลิกที่ไม่เหมือนใครของเขา

ไม่มีใครเด็กเกินจะใส่สูท

รูปนี้อาจจะแปลกตาไปบ้าง เนื่องจากในรูปคือ Gianni Agnelli ในวัยหนุ่ม สูทแบบนี้เป็นที่นิยมในช่วงทศรววษ 30-40 ปกสูทกว้าง รักษาทรงชัดเจน กางเกงเอวสูงมีจีบ ขากว้างกว่าในปัจจุบันอย่างเห็นได้ชัด เป็น silhouette ที่ทำให้ผู้ใส่ดูสง่า เชิ้ตสีขาวแบบคลาสสิค สังเกตขนาดปกเสื้อเชิ้ตที่รับกับปมและความกว้างของเนคไทอย่างลงตัว

รูปนี้ชี้ว่า Gianni Agnelli ฉายแววตั้งแต่วัยเยาว์ จำไว้ว่าไม่มีใครเด็กเกินไปที่จะเริ่มใส่สูทสักตัว และยิ่งทำความคุ้นเคยกับมันเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งดี เพราะเมื่ออายุอานามมากขึ้น ก็จะเริ่มรู้สึกว่าเสื้อผ้าเทเลอร์เหล่านี้เป็นของคุ้นกาย

ศิลปะการใส่ขาวล้วน

สิ่งที่พึงสังเกตและเรียนรู้จากชุดนี้ของ Agnelli คือสีขาวเป็นมิตรกับทุกคน และให้อิมแพ็คของชุดที่น่าประทับใจเมื่อใส่ให้เป็น

เสื้อยืดคอกลมทรงพอดีตัว กางเกงขายาวมีจีบสีขาวทรงกว้างปลายขาเบิ้ล รองเท้าสลิปเปอร์ดูสบายๆ แต่ยังไว้ลายซึ่งความแพรวพราว เสริมด้วยเครื่องประดับบนข้อมือ โดยรวมเป็นลุคขาวล้วนที่ดูไม่เจ้าสำอาง ตรงกันข้ามกลับมีมิติลุ่มลึก น่าค้นหา

เราอาจจะไม่สามารถเดินตามร่องรอยแห่งสไตล์ของ Agnelli ได้เป็นเส้นตรงเนื่องจากข้อจำกัดเรื่องสภาพอากาศ แต่ลุคนี้ของเขาเหมาะมากที่จะทดลองในประเทศเมืองร้อนอย่างบ้านเรา

เข้าใจทรวดทรงของเสื้อผ้าลำลอง

ผู้หญิงที่เดินเคียงข้าง Gianni Agnelli ในภาพคือ Jacqueline Kennedy อดีตภรรยาของ John F. Kennedy ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 35 มีเรื่องราวมากมายที่บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ลึกซึ้งที่ทั้งคู่มีต่อกัน แต่เราโฟกัสไปที่ชุดของเขาดีกว่า

เรามักเห็น Agnelli ในเสื้อโปโลแขนยาวแบบ popover (สาบเสื้อครึ่งตัว) สำหรับโอกาสลำลอง ในภาพนี้ซึ่งถูกถ่ายระหว่างทริปล่องเรือที่ชายฝั่งอามาลฟีช่วงต้นยุค 60s เขาใส่เสื้อสไตล์ดังกล่าวสีขาว สังเกตปกที่ยับพลิ้วลมกำลังดี แล้วจะสัมผัสได้ถึงความพิเศษของเสื้อโปโลแนวนี้ที่แตกต่างจากโปโลที่ใส่ทั่วไป

ท่อนล่างเป็นกางเกงผ้าฝ้ายเอวสูงสีเข้มทรงกระบอก ที่คัตคล้ายกางเกงยีนส์ ปลายขากลบส่วนบนของโลฟเฟอร์ทรงแบน สร้างจังหวะของชุดที่ลงตัว สิ่งที่เรียนรู้ได้คือการเข้าใจทรวดทรงและเนื้อสัมผัสของเสื้อผ้าลำลองที่ไม่ได้หมายความว่าต้องดูมอซอเสมอไป

ลุคเดนิมชนเดนิมปราบเซียน

นอกจากบรรดาชุดสูทและเสื้อผ้าเทเลอร์ระดับพระกาฬแล้ว Agnelli ชอบใส่เสื้อผ้าเดนิมเป็นชีวิตจิตใจ หนึ่งในนั้นคือเสื้อเชิ้ตเวสเทิร์นและกางเกงยีนส์ โดยเฉพาะเมื่อเขาอายุมากขึ้น ความชื่นชอบในเดนิมก็ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

ในภาพนี้เขาใส่เสื้อเชิ้ตเดนิมสองกระเป๋า ประดับผ้าพันคอ แว่นตา goggles สีแดง นาฬิกาสายหนังสีน้ำตาลใส่นอกแขนเสื้อรับกับเข็มขัดพอดิบพอดี เป็นลุคที่ทำให้ Agnelli ในวัยชรายิ่งดูเก๋า ทะมัดทะแมง ในปาร์ตี้บนเรือยอร์ชส่วนตัวของ Malcolm Forbes หัวเรือใหญ่แห่ง นิตยสาร Forbes ในเดือนกรกฎาคม ปี 1991

เป็นลุคเดนิมซ้อนเดนิมในเฉดสีปราบเซียนที่ควรค่าแก่การศึกษา และเป็นบทเรียนว่าไม่มีใครแก่เกินกว่าที่จะหยิบเดนิมมาใส่

ทักซิโด้ในแบบ Agnelli

เช่นเดียวกับดยุคแห่งวินด์เซอร์ Agnelli หลงใหลในทักซิโด้ บางครั้งเขาก็จะสวมทักซิโด้กระดุมสองแถวโดยไม่ติดกระดุม เขาชอบที่จะแตกต่างและแสดงให้เห็น

ส่วนในภาพนี้คือดินเนอร์กับ Danielle Darrieux นักแสดงสาวชาวฝรั่งเศส หนึ่งในผู้หญิงที่ Agnelli เคยมีความสัมพันธ์ด้วย ราชาแห่ง Fiat เลือกทักซิโด้ปก peak lapel โบว์ไทที่เอียงพองามอย่างถูกหลัก พ็อคเก็ตสแควร์สีขาวที่เผยมุมออกมาเหนือปากกระเป๋าแจ็คเก็ตกระซิบความสุภาพและชั้นเชิงในการแต่งองค์ทรงเครื่องในโอกาสสำคัญ

อีกหนึ่งครั้งที่ภาพจากอดีตทำหน้าที่เป็นเครื่องเตือนใจว่า ไม่ว่าจะยุคสมัยใด ทักซิโด้จะยังคงเป็นชุดที่ทำให้ผู้ชายดูดีที่สุดอยู่เสมอ

การใส่สีสว่างกับทรวดทรงเสื้อผ้าสไตล์ 80s

ดูจากทรวดทรงของเสื้อผ้า สันนิษฐานว่ารูปนี้น่าจะมาจากปลายทศวรรษ 70 ถึงต้น 80 แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนคือความมั่นใจของเขา

Agnelli โดดเด่นด้วยสปอร์ตโค้ทกระดุม 3/2 สีครีม สวมทับเสื้อโปโล popover สีขาวที่เอาปกเสื้อมาเกยอยู่ด้านนอกของแจ็คเก็ตแบบสบายๆ กางเกงขายาวสีขาว ไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญกับแอคเซสเซอรี เข็มขัดที่เป็นตัวตัดของชุดที่ให้ความสว่างทั้งชุด และหากสังเกตดีๆ จะเห็นสร้อยคอเส้นบางพอเป็นพิธี จูเวลรีเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ผู้ชายควรให้โอกาสสักครั้ง

สูทสีเทาผ้าเบาสำหรับหน้าร้อน

พูดถึง Gianni Agnelli โดยไม่พูดถึงสูทเหมือนอิตาลีที่ไม่มีเอสเปรสโซ จริงๆ เราสามารถเปิดพื้นที่อีกหนึ่งบทความเต็มๆ เพื่อพูดถึงสารพัดสูทขั้นเทพของมหาบุรุษผู้นี้ แต่เราเลือกสูทเทาเพราะเป็นหนึ่งในสูทที่จะได้เรียกใช้บริการบ่อยที่สุด

น่าเสียดายที่ภาพถ่ายของ Agnelli ใส่สูทหลายภาพยังเป็นภาพขาวดำ หากลองพิจารณาดู สูท single-breasted ตัวนี้น่าจะเป็นสูทผ้าวูลน้ำหนักเบาสีเทาอ่อนที่เหมาะกับหน้าร้อน เขาใส่มันกับเชิ้ตขาวและเนคไทสีดำ น้อยนักจะมีชุดสีที่เอาชนะความหล่อของขาวดำเทา

สังเกตตำแหน่งและการทิ้งตัวอย่างเป็นธรรมชาติของปกสูท กุญแจสำคัญของการใส่สูทที่ดีข้อหนึ่ง คือการไม่ทำให้ผู้พบเห็นบอกได้ว่าคุณมีสูทตัวนี้มากี่ปีแล้ว มันควรเป็นส่วนหนึ่งของคุณมากกว่าเป็นป้ายบอกราคาของคุณ

ดูเหมือนเรียบ แต่ชั้นเชิงอาศัยอยู่ในรายละเอียด

ทุกครั้งที่เห็นภาพนี้ สิ่งที่นำสายตาคือปลายผมกับปลายปกสูทที่ชี้ไปในองศาเดียวกันโดยบังเอิญ ราวกับเสริมความน่าเกรงขามให้กับบุคคลทรงอิทธิพลอย่าง Agnelli เข้าไปอีกระดับ

สูท peak lapel ผ้าวูลฟลันเนิลสีเทาตัวนี้เป็นผลงานของ Caraceni เทเลอร์เก่าแก่ผู้ที่เขาวางใจให้รังสรรค์นานาแจ็คเก็คและกางเกงสูทอยู่เป็นนิจ สังเกตเท็กซ์เจอร์ของผ้าสูทที่เข้ากับเนื้อของเนคไทลาย houndstooth สีโอ๊ตมีล ดูสุขุม นุ่มนวล โดยไม่ทิ้งความองอาจ มองใกล้เข้าไปอีกนิด พบว่าเขาละกระดุมกลัดปกเชิ้ตไว้อย่างจงใจ ลูกเล่นเล็กๆ ที่มากับชั่วโมงบินอย่างแท้จริง

ภาพนี้สะกดออกมาเป็นคำว่า wisdom และ class ซึ่งเป็นสิ่งที่ก้าวผ่านความผิวเผินของคำว่าแต่งตัวดี เป็นคุณสมบัติที่หายากประการหนึ่งของคำว่า “สุภาพบุรุษ” ในโลกทุกวันนี้

Previous Article Next Article